Metabolic Bone Disease (MBD)

10 จำนวนผู้เข้าชม  | 

Metabolic Bone Disease (MBD)

Metabolic Bone Disease (MBD)

เป็นอาการหรือโรคที่แสดงการเปลี่ยนแปลงของกระดูกที่เกิดจากความผิดปกติของการเผาผลาญแคลเซียมและวิตามิน D3 ในสัตว์เลื้อยคลาน ซึ่งร่างกายต้องอาศัยการใช้รังสี UV-B ในการสังเคราะห์วิตามิน D3 นอกจากนี้ อัตราส่วนของแคลเซียมต่อฟอสฟอรัสในอาหารที่ไม่เหมาะสมก็ทำให้การดูดซึมแคลเซียมได้ไม่เต็มที่ และเป็นสาเหตุหนึ่งของ MBD ในสัตว์เลี้ยงได้

ปัจจัยสำคัญประกอบด้วย:
• การขาดแคลเซียมในอาหาร หรืออัตราส่วนแคลเซียม : ฟอสฟอรัสไม่เหมาะสม ซึ่งทำให้การดูดซึมแคลเซียมลดลง
• การขาดวิตามิน D3 และการได้รับรังสี UV-B ไม่เพียงพอ ซึ่งจำเป็นต่อการสังเคราะห์วิตามิน D3
• อุณหภูมิที่ไม่เหมาะสม ซึ่งจะลดประสิทธิภาพการสังเคราะห์วิตามิน D และการดูดซึมแคลเซียม

โดยปัจจัยเหล่านี้เป็นสาเหตุของการเกิด nutritional secondary hyperparathyroidism (NSHP) ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งที่พบบ่อยที่สุดของ Metabolic Bone Disease (MBD) ใน reptiles โดยเฉพาะใน bearded dragons ที่เลี้ยงในปัจจุบันและต้องการ UV-B ในการเผาผลาญแคลเซียมอย่างเหมาะสม
ซึ่งโดยปกติแล้ว MBD เกิดจากการที่ร่างกายไม่สามารถรักษาสมดุลแคลเซียมในกระแสเลือดได้อย่างเหมาะสม เมื่อแคลเซียมในอาหารไม่เพียงพอหรือการดูดซึมแคลเซียมบกพร่องจากการขาดวิตามิน D3/UV-B ร่างกายจะตอบสนองโดยกระตุ้น parathyroid hormone (PTH) ให้เพิ่มขึ้น PTH จะกระตุ้น osteoclasts เพื่อสลายแคลเซียมจากกระดูกเข้าสู่กระแสเลือด ซึ่งเป็นกลไกเพื่อรักษาระดับแคลเซียม แต่เมื่อกระดูกถูกดึงแคลเซียมอย่างต่อเนื่อง จะทำให้กระดูกมีความแข็งแรงลดลง เกิด osteomalacia, fibrous osteodystrophy
MBD ในสัตว์เลื้อยคลานจึงมีลักษณะเป็นภาพรวมของการสูญเสียมวลแคลเซียมในกระดูกและการเปลี่ยนแปลงทางโครงสร้างของกระดูกที่เกี่ยวข้องกับการขาดแคลเซียม/วิตามิน D3 และการตอบสนองของระบบพาราไทรอยด์

ลักษณะอาการและความผิดปกติ
อาการของ MBD มีช่วงตั้งแต่ระยะแรกจนถึงระยะรุนแรง โดยพบได้ทั้งทางคลินิกและรังสีวิทยา:
• กระดูกอ่อนจนนิ่มหรือยืดหยุ่นได้ เช่น jaw pliability (“rubber jaw”), กระดูกแขนขาอ่อนตัว
• ผิดรูปของโครงกระดูก เช่น ขาโค้ง, กระดูกหักแบบ pathologic fractures, ความผิดปกติของกระดูกสันหลัง
• กล้ามเนื้อสั่น, กระตุก, อ่อนแรง, การเคลื่อนไหวผิดปกติ
• ช็อก กล้ามเนื้อหดเกร็ง (tetany) และอาการชักในภาวะ hypocalcemia รุนแรง
• ในรายเรื้อรังอาจมีการเจริญเติบโตช้า, น้ำหนักตัวลด, เบื่ออาหาร และท้องผูก
นอกจากนี้ มักพบการเปลี่ยนแปลงรังสีวิทยาอย่างการลดความหนาแน่นของกระดูก, cortical thinning และ fractures ในกระดูกยาว

ดังนั้น การจัดการสภาพแวดล้อม (Husbandry management), โภชนาการที่เหมาะสม (Nutritional management), อาหารเสริมอื่นๆ (Supplementation), และสุดท้ายการตรวจสุขภาพเป็นประจำ (Health check routine) ก็สำคัญเช่นกันครับ

บทความโดย: น.สพ.ธนดล ขันถม

Powered by MakeWebEasy.com
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว  และ  นโยบายคุกกี้