หน้าแรก บอร์ดสารพัดสัตว์ (WEB BOARD) สมาชิก ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา ชำระค่าบริการ ประชาสัมพันธ์
รู้จักหมอคลินิกกระต่ายคลินิกสัตว์เลื้อยคลาน-ครึ่งบกครึ่งน้ำคลินิกนก ไก่ชนคลินิกสัตว์น้ำคลินิกสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กสารพันหมอ สารพัดสัตว์บทความประกอบภาพ พระราชกรณียกิจผู้สนับสนุนคลินิกเฟอร์เรทรู้จักผู้เลี้ยงคลินิกสัตว์ป่า
เข้าสู่ระบบ (Member Log in)
ชื่อสำหรับ Login
รหัสผ่าน (Password)
ลืม Password
สมัครสมาชิก
คลินิกสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ
โรงพยาบาลสัตว์บางนา
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก จุฬาฯ
โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ (ใกล้ห้าแยกวัชรพล)
คลินิกสัตว์ชนิดพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
คลินิกนกและสัตว์ป่า
โรงพยาบาลสัตว์สุวรรณชาด
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คลินิกพายุรักษาสัตว์
Seacon Pet Park Clinic
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ
หน่วยสัตว์เลี้ยงพิเศษ ม.เกษตร
หน่วยสัตว์น้ำ ม.เกษตร
คลินิก กู๊ดดี้ ด๊อก
โรงพยาบาลสัตว์ปากช่อง
โรงพยาบาลสัตว์รัตนโกสินทร์
คลินิกรักษาสัตว์ด้วยใจ
สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก

การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในปลาสวยงาม

 

การรักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียในปลา

                                                         โดย หมอแก้ว (ผศ.น.สพ. สมโภชน์ วีระกุล)

 

ผู้เลี้ยงปลามักจะตั้งคำถามเสมอว่า ปลาตัวเปื่อย ครีบขาด หางขาด ตัวดำ ด่าง เกล็ดหลุด ตัวบวม เกล็ดตั้ง เกิดจากอะไร รักษาอย่างไร...

 

บทความนี้จะทำการมาร์คอาการที่พบบ่อยด้วย "ตัวสีเข้ม" ผู้อ่านสามารถใช้เป็นคีย์ในการวินิจฉัยเบื้องต้นว่าปลานั้นเกิดโรคอะไรได้บ้าง... โดยเน้นไปยังโรคแบคทีเรียที่พบได้เสมอ

  

แบคทีเรียก่อโรคในปลาที่พบอยู่เสมอ

 

โรคแรก พบปัญหาได้บ่อยคือ Aeromonas hydrophila เป็นเชื้อแกรมลบ มักจะพบเมื่อลงปลาใหม่ หรือปลาที่ยังมีอายุน้อย ในปลาอายุมากก็จะพบลดลง ก่อให้เกิดโรค hemorrhagic septicemia หรือ motile aeromonad septicemia อธิบายตามชื่อโรคคือ เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือด และทำให้เกิดจุดเลือดออกไปทั่วร่างกาย เราจึงเห็นอาการจุดเลือดออก หรือเปื้อนเลือดสีแดงตามเกล็ด โคนครีบ ฝาเหงือก ใต้ท้อง อาการแรกๆ อาจจะเห็นเส้นเลือดที่หางมาก และมีจุดแดงมากผิดปกติ หลายรายที่เป็นแบบเรื้อรังก็จะพบท้องมาน หรือการบวมน้ำ ที่เกิดจากการแตกของเม็ดเลือดแดงมาก และเส้นเลือดยอมให้ของไหลไหลผ่านออกมามาก เกิดสะสมในเนื้อเยื่อต่างๆ ในร่างกาย ซึ่งจะเรียกว่าท้องมาน หรือบวมน้ำก็ได้ หากสังเกตจะพบเนื้อเยื่อใต้เกล็ดเปล่งและดันเกล็ดให้ตั้งชันขึ้น จนบางทีเรียกว่า Dropsy หรือโรคท้องมาน เกล็ดตั้ง หลายรายจะพบแผลหลุมที่ลำตัว ตัวเปื่อย เกล็ดลอก และครีบเปื่อย ซึ่งมีความใกล้เคียงกับอาการของโรคตัวด่างที่เกิดจากเชื้ออื่น ซึ่งไม่เหมือนกันทีเดียว (จะกล่าวในย่อหน้าถัดไป) หากผ่าซากดูจะพบตับ ม้าม ไตบวม น้ำเลือดคั่งในช่องท้องมาก เนื้อบวมเป่ง โรคนี้ทำให้ปลาตายเป็นจำนวนมาก เพราะเกิดโรคแทรกซ้อนจากเชื้อไวรัส หรือเชื้อราตามมาได้ง่าย และข้อควรระวัง มักจะพบว่าปลาเกิดโรคนี้อย่างเรื้อรัง หรืออยู่ในสภาวะเป็นพาหะอยู่แล้ว ความเครียดจะทำให้เกิดโรคแบบเฉียบพลันและรุนแรงขึ้นได้

 

โรคที่สอง พบปัญหาบ่อยไม่แพ้กัน คือ Flexibacter (Flavobacterium) columnaris  หรือโรคตัวด่าง (Colunaris) พบแผลเป็นวงๆ ด่างๆ เหมือนผิวลอก และที่เหงือก พบว่าเกล็ดลอก ตัวเปื่อยเช่นกัน ครีบหาง และครีบลำตัวต่างๆ จะเริ่มกร่อนมาจากปลาย แล้วค่อยๆ กินมาเรื่อยๆ กินมากจนถึงโคนหาง โคนครีบ โดยที่อาการจุดเลือดออกไม่ชัดเจนเท่าเชื้อชนิดแรก บางทีก็เรียกโรคนี้ว่า โรคครีบกร่อน หรือโรคโคนหางกุด พบว่าเมือกจำนวนมากอยู่บนผิว หากป้ายเอามาตรวจดูด้วยกล้องจุลทรรศ จะพบมีเชื้อรวมตัวกันลักษณะเหมือนกองฟาง เป็นเชื้อแกรมลบ ชอบอากาศเย็น จึงมักพบโรคนี้ได้เสมอเมื่ออากาศเย็น  โรคนี้ควบคุมและแก้ไขได้ยากกว่าโรคแรกมากๆ และมักจะพบติดเชื้อชนิดแรกแทรกซ้อน ก่อให้เกิดความเสียหายรุนแรง

 

โรคที่สาม พบในปลาอายุมาก คือเชื้อ Streptococcus spp. ตัวนี้เป็นพวกแกรมบวก แต่พบได้ไม่บ่อยเท่าโรคข้างบน และมักไม่พบในปลาสวยงามที่มีการจัดการคุณภาพน้ำดี และพบในปลาอายุมาก อาการจะพบแบบเรื้อรัง และตายเมื่อเครียดมาก อาการที่พบเช่น ตาโปน ตาเปื่อย เป็นลักษณะเด่น บางทีเรียกว่า โรคป๊อบอาย หรือโรคตาโปน

 

(ยังมีกลุ่มแบคทีเรียอีกมากที่พบก่อโรค ดังนั้น ควรทำการเพาะเชื้อให้แน่นอน และตรวจความไวของยาต่อเชื้อเพื่อเป็นข้อมูลในการรักษาปลาในระยะหลัง หากยาตัวแรกที่ใส่ให้ก่อนไม่ได้ผล รวมทั้งใช้ป้องกันในตัวอื่นๆ)

 

        ในการป้องกันและรักษา

        1 การป้องกันไม่ให้ปลาเป็นโรค คือการจัดการคุณภาพน้ำให้ดีอยู่เสมอ การขึ้นน้ำและเปลี่ยนถ่ายน้ำ ต้องตรวจสอบค่าแอมโมเนีย ไนไตร์ท และไนเตรต ค่าความเป็นกรดและด่าง การกำจัดคลอรีน การลงเกลือเพิ่มลดความเครียด และเพิ่มโซเดียมคลอไรดในน้ำ และอุณหภูมิของน้ำควรนิ่ง ไม่แปรปรวนต่างกันเกิน 1 องศาเซนเซียสต่อชั่วโมง หรือ 10 องศาเซนเซียสต่อวัน    ออกซิเจนเพียงพอ มีแสงเหมาะสม ไม่ควรใส่สารเคมี หรือยาลงไปโดยไม่จำเป็น เพราะสารเคมีเหล่านั้นทำให้ปลาเกิดความเครียดได้ง่าย (เกินกว่าเจ้าของจะเข้าใจ) และทำให้ปลาดื้อยา การให้อาหารที่คุณค่าทางโภชนาการเหมาะสม ไม่มากเกินไป ใช้ระบบหมุนเวียนกรองน้ำที่ดี และเปลี่ยนถ่ายน้ำเสมอ (สามารถหาอ่านเรื่องการเลี้ยงปลาได้ง่ายๆ ทั่วไป)

 

        2 ในบางกรณี หากพบว่าปลาในตู้ หรือบ่อเกิดโรคอยู่เสมอ ในการขึ้นน้ำ หรือลงปลาใหม่ หรือเมื่อถึงช่วงที่อุณหภูมิและอากาศแปรปรวนมาก สามารถใช้ด่างทับทิม (ทดแทนการใช้ยา) ในขนาด 2 มิลลิกรัมต่อน้ำหนึ่งลิตร แช่ได้ตลอดเวลา จะช่วยกำจัดแบคทีเรียได้ดี และช่วยลดความรุนแรงในปลาที่เริ่มป่วยด้วยโรคติดเชื้อแบคทีเรียที่กล่าวถึง ซึ่งเกลือจะได้ผลไม่ดีเท่าในการกำจัดแบคทีเรีย

 

       3 การรักษา ให้วินิจฉัยเบื้องต้นจากอาการ หากพบว่ามีอาการใกล้เคียงกับสองเชื้อแรก ให้สามารถคาดการณ์ว่าใช่ไว้ก่อนได้ตามอาการที่ค่อนข้างจำเพาะเจาะจง (โดยทำการเพาะเชื้อร่วม ซึ่งผลที่ได้รับจะช้า ปลาจะตายก่อน) การเลือกใช้ยา ให้เลือกใช้ยาที่ออกฤทธิ์กว้าง หรือมีฤทธิ์ต่อเชื้อแกรมลบ หลีกเลี่ยงการใช้ยาที่ได้ผลเฉพาะเชื้อแกรมบวก เช่น กลุ่มอนุพันธ์ของเพนนิซินลิน อะม็อกซี่ซิลลิน แอมพิซิลลิน ซึ่งจะไม่ได้ผลแต่อย่างใด (ผู้เลี้ยงมักจะเข้าใจผิดว่าได้ผล) โดยพิจารณาให้กินเป็นหลัก เมื่อพบว่าปลายังคงกินอาหารได้ โดยการแช่อาหารลงในสารละลายยา หรือคลุกยาโดยใช้สารสื่อ กากน้ำตาล หรือไข่ ตากให้แห้ง ร่วมกับการแช่ปลาในยาเป็นระยะเวลาสั้นๆ หากพบว่าปลาไม่กิน สามารถพิจารณาให้ในรูปการฉีดได้ ทั้งกล้ามเนื้อ ใต้ผิวหนัง ช่องท้อง เมื่อทำการรักษาเสร็จสิ้นในแต่ละครั้ง ให้เกลือผสมลงในน้ำที่ทำการเปลี่ยนถ่ายทุกวัน แช่ปลาตลอดวัน (อ่านเคล็ดลับเรื่องเกลือในบทความหมวดเดียวกัน) ก่อนทำการรักษาครั้งต่อไป

 

          ยาที่ใช้แบบออกฤทธิ์กว้าง และกับแกรมลบ เช่น

เอนโรฟลอกซาซิน (มีทุกรูป แช่ กิน ฉีด)  คลอแรมฟินิคอล (แช่ไม่ค่อยเหมาะ ยาเสื่อม เหมาะผสมอาหาร และรูปฉีด)  อ็อกโซลินิก แอซิด ได้ผลโดยตรงต่อแกรมลบ (มีรูปแช่ ผสมอาหาร กิน ขายตามท้องตลาด หาซื้อได้ง่าย หากเป็นโรคครีบกร่อนจากเชื้อตัวที่สอง การเลือกใช้ยาจะจำกัดมากขึ้น เพราะมียาไม่กี่ชนิดที่ได้ผล เช่น

อ็อกซี่เตตราซัยคลิน

ไทรเมททรอพริม-ซัลฟาไดเมทท็อกซาโซน

และยาในกลุ่มไนโตรฟูแรน เช่นฟูราโซน และไนโตรฟูราโซน (มีรูปแช่และ กิน)

อย่างไรก็ตาม มีการติดเชื้อตัวแรกแทรกซ้อนอยู่เสมอ ก็ควรเลือกที่เป็นชนิดออกฤทธิ์กว้าง หรือใช้ยาร่วมกันมากกว่า 1 ชนิดได้

 

หากอาการตาโปน และเป็นในปลาอายุมาก ที่เกิดจากเชื้อตัวที่สาม ให้ใช้ยาที่ออกฤทธิ์กับแบคทีเรียแกรมลบ ผมเคยทดสอบความไวด้วยตัวเอง พบว่า penicillin ยังใช้ได้ดี หรือกลุ่มอนุพันธ์ เช่น

แอมพิซิลลิน

อะม็อกซี่ซิลลิน  

ในขณะที่ทำการรักษาต้องระวังยาสำหรับแช่หลายตัว เพราะปกติยานำมาแช่จะเสียคุณภาพ รวมทั้งทำให้คุณภาพน้ำเสื่อม จะพบคราบฟองลอยอยู่ผิวน้ำ (เช่นอ็อกซี่เตตราซัยคลิน) ตกตะกอน (หลายชนิด) ควรให้ออกซิเจนตลอดเวลาของการรักษา หากรุนแรงและอาจตายเนื่องจากสภาวะติดเชื้อในกระแสโลหิต พิจารณาให้สเตียรอยด์ได้ รวมทั้งการให้สารน้ำเข้าทางช่องท้อง

 

 หมายเหตุ: ไม่ควรทำการรักษาเอง อาจจะทำให้สูญเสีย ยาบางชนิดมีอันตรายรุนแรง ควรใช้อย่างเข้าใจ และใกล้ชิดคำปรึกษาจากหมอ

 

       เพิ่มเติมเนื้อหาล่าสุด วันที่ ๑๘ ธค ๒๕๔๙

     

 

สำหรับ  www.epofclinic.com -- คลินิกออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ

 

 

ข้อความ ภาพ เนื้อหา ส่วนประกอบใด ๆ ทั้งหมดของเว็บไซต์ ได้รับ ความคุ้มครอง ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.. 2537 ของไทยโดยชอบด้วยกฎหมาย หากบุคคลใด ลอกเลียน ปลอมแปลง ทำซ้ำ ดัดแปลง เผยแพร่ต่อสาธารณชน จำหน่าย หรือกระทำการใด ๆ ในลักษณะที่เป็นการแสวงหาประโยชน์ ทางการค้าหรือ ประโยชน์โดยมิชอบ ไม่ว่าโดยประการใด ๆ โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษร จะดำเนินการตามกฎหมาย กับผู้ละเมิดสิทธิดังกล่าวโดยทันที

 

Suggested Readings

Carpenter, J.W., Mashima, T.Y. and Rupiper, D.J. 2005. Exotic Animal Formulary 3rd. W.B.Saunders Company, U.S.A. 564 p.

Ferguson, H. W. 2006. Systemic Pathology of Fish. Scotian Press. London. 365 p.

Stoskopf, M. K. 1993. Fish Medicine. W.B.Saunders Company, U.S.A. 882 p.

 




อาหารสัตว์ถูกใจ
แฮรริสัน เบิร์ด ฟูดส์
อาหารสัตว์กินเนื้อป่วย
อาหารกระต่ายป่วย
อาหารฟื้นฟูสภาพนกป่วย
อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
รีคัพเวอรี่ฟอร์มูล่า
อาหารนกลูกป้อน
คารฺนิวอร์แคร์
คริคิคอลแคร์
หญ้าทิโมธี
อาหารแฮมสเตอร์ออกโบว์
อาหารหนูเควี่ออกโบว์
อาหารกระต่ายออกโบว์
อาหารนกสูตรออร์แกนิค!!!

 คลินิคออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษ 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.epofclinic.com