หน้าแรก บอร์ดสารพัดสัตว์ (WEB BOARD) สมาชิก ติดต่อเรา เกี่ยวกับเรา ชำระค่าบริการ ประชาสัมพันธ์
รู้จักหมอคลินิกกระต่ายคลินิกสัตว์เลื้อยคลาน-ครึ่งบกครึ่งน้ำคลินิกนก ไก่ชนคลินิกสัตว์น้ำคลินิกสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กสารพันหมอ สารพัดสัตว์บทความประกอบภาพ พระราชกรณียกิจผู้สนับสนุนคลินิกเฟอร์เรทรู้จักผู้เลี้ยงคลินิกสัตว์ป่า
เข้าสู่ระบบ (Member Log in)
ชื่อสำหรับ Login
รหัสผ่าน (Password)
ลืม Password
สมัครสมาชิก
คลินิกสัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษ
โรงพยาบาลสัตว์บางนา
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก จุฬาฯ
โรงพยาบาลสัตว์ขวัญคำ (ใกล้ห้าแยกวัชรพล)
คลินิกสัตว์ชนิดพิเศษ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยมหิดล ศาลายา
โรงพยาบาลสัตว์เล็ก มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีมหานคร
คลินิกนกและสัตว์ป่า
โรงพยาบาลสัตว์สุวรรณชาด
โรงพยาบาลสัตว์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น
คลินิกพายุรักษาสัตว์
Seacon Pet Park Clinic
โรงพยาบาลสัตว์ทองหล่อ
ศูนย์วิจัยโรคสัตว์น้ำ จุฬาฯ
หน่วยสัตว์เลี้ยงพิเศษ ม.เกษตร
หน่วยสัตว์น้ำ ม.เกษตร
คลินิก กู๊ดดี้ ด๊อก
โรงพยาบาลสัตว์ปากช่อง
โรงพยาบาลสัตว์รัตนโกสินทร์
คลินิกรักษาสัตว์ด้วยใจ
สัตวแพทย์ 4 โพลีคลินิก
ชุมชนสัตวแพทย์ (Doctor of Veterinarian Medicine)
ตั้งกระทู้ใหม่ที่นี่
ชอบเรื่องช้างของคุณหมอทศพล ต่อศรี
(Reader : 9956)

ชอบเรื่องช้างมาก ชอบที่คุณหมอเขียนได้ทั้งในด้านการรักษาและด้านชาวบ้าน คนไทยอยู่กับช้างมานาน ดังนั้นภูมิปัญญาชาวบ้านนี่บางทีก็วิเศษยิ่งกว่าวิทยาศาสตร์

ช้างมีบทบาทสำคัญมากทั้งในด้านวิถีชีวิต วัฒนธรรมและการเมืองในภูมิภาคเอเชียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

ถ้ามีเวลาอยากจะคุยต่อในเรื่องช้าง แต่วันนี้อยากให้ข้อสังเกตว่า ช้างไทยในสายตาของคนยุโรปดูตัวเตี้ย ขาสั้นและงวงยาวมาก นี่ดูตามภาพเขียนที่มีฝรั่งวาดไว้ในสมัยอยุธยานะคะ

รูปแรกเป็นรูปแผนที่อุษาคเนย์หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แสดงเส้นการเดินเรือกำปั่นคณะราชทูตฝรั่งเศส
ที่นำโดย เชอวาลิเอร์ เดอ โชมองต์ จากมหาสมุทรอินเดีย ผ่านช่องแคบซุนดรา ระหว่างเกาะสุมาตรากับเกาะชวา แล้วแล่นเลียบแหลมมลายูด้านตะวันออกขึ้นมายังสยามเมื่อ พ.ศ. 2229/ค.ศ. 1686
ปลายสมัยสมเด็จพระนารายณ์ แผนที่นี้วาดโดย
R.P.Placide ที่เดินทางมากับคณะทูต ในแผนที่นี้ นอกจากจะระบุเมืองที่สำคัญในอุษาคเนย์แล้ว ยังแสดงให้เห็นถึงอาณาจักรต่างๆในสมัยนั้นด้วย ที่สำคัญในแผนที่นี้มีภาพช้างตัวอ้วนกลม ขาสั้น งวงยาว อยู่ 2 ตัว ตอนล่างของภาพด้านขวามือ

ภาพช้างที่มีรูปร่างคล้ายกันยังปรากฏอยู่ในขบวนเสด็จของรานีรัฐปัตตานี ภาพโดย Theodore de Bry
ค.ศ. 1588 สมัยพระมหาธรรมราชา ( อยุธยา )
ภาพนี้เป็นภาพจาก Nicolas Gervaise,The Natural and Political History of the Kingdom of Siam, White Lotus, 1998

แต่มีอยู่ภาพหนึ่งเป็นภาพสมเด็จพระนารายณ์ประทับบนหลังช้าง ช้างนี้ตัวใหญ่มาก งวงยาว เป็นภาพ
จากหนังสือ Guy Tachard, A Relation of the
Voyage to Siam, First Published 1688, White Orchid 1985 น่าจะเป็นช้างเผือก

ที่น่าแปลกใจ มีรูปอยู่รูปหนึ่งสมัย ค.ศ. 1676 เป็นรูปเกาะอยุธยา ที่ชุมชนนอกเกาะ มีรูปคนจูงอูฐอยู่ 1 ตัว สมัยนั้นคือสมัยสมเด็จพระนารายณ์ มีคนต่างชาติเข้ามาในราชอาณาจักรหลายเชื้อชาติ คงจะนำอูฐเข้ามาด้วย แต่จะเอามาทำอะไรไม่ทราบ
แล้วไม่ออกลูกออกหลานอยู่ในไทยเลยหรือ

สงสัยอยู่ว่า ฝรั่งมองช้างเราตัวเตี้ย หรือช้างไทยแท้ๆ
ตัวเตี้ย ขาสั้นจริงๆ ตัวก็อ้วนๆตันๆ ภาพที่กล่าวมานี้ เป็นภาพในหนังสือชื่ออยุธยา: ประวัติศาสตร์และการเมือง เรียบเรียงโดย ดร.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ
อาจารย์อนุญาตไว้ว่านำไปเผยแพร่ได้โดยไม่ต้องขออนุญาต แต่ตอนนี้ไม่มีกล้องจึงถ่ายภาพมาให้ดูไม่ได้
ฉบับพิมพ์ครั้งที่ 4 พิมพ์ปี 2548 จัดพิมพ์โดยมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์

คุณหมอกรุณาเขียนเรื่องช้างอีกนะคะ ช้างเป็นสัตว์ที่น่ารักน่าเอ็นดู น่าสงสาร ที่เคยมีข่าวว่าคนให้ช้างกินยาบ้า จริงไหม แล้วบำบัดอย่างไรล่ะคะ

ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลาว่าง แต่ก็อดแวะมาคุยเรื่องช้างไม่ได้ เป็นคนรักช้างกับกระต่ายค่ะ

Posted by : ไปไหนไม่รอดวัน/เวลา : 21/1/2550 23:54:15

มีข้อมูลจากหนังสือแรกมีในสยาม
ของคุณเอนก นาวิกมูล
ซึ่งป็นนักเขียนสารคดีคนสำคัญของไทย
ได้เก็บข้อมูลไว้ว่า

หลักฐานเก่าสุดในสมัยสมเด็จพระนารายณ์
พ.ศ.๒๒๓๐ เรื่องอูฐ ปรากฏอยู่ในจดหมายเหตุลาลูแบร์ เล่ม ๑ แปลเป็นภาษาไทยโดย
สันต์ ท.โกมลบุตร หน้า ๑๗๖ บทที่ ๕ ว่าด้วยรถและยานพาหนะทั่วไปของชาวสยาม ข้อที่ ๑

ลาลูแบร์ ราชทูตฝรั่งเศสจากราชสำนักพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ ผู้เข้ามาเจริญสัมพันธไมตรีกับไทย มาอยู่กรุงศรีอยุธยา ๓ เดือน ๖ วัน (๒๗ กันยายน
ค.ศ. ๑๖๘๗ หรือ พ.ศ. ๒๒๓๐ ถึง ๓ มกราคม
ค.ศ. ๑๖๘๘ หรือ พ.ศ. ๒๒๓๑ ) ลาลูแบร์ ได้กล่าวถึงอูฐไว้สั้นๆว่า

ขาวสยามไม่มีลาและล่อ แต่ชาวมัวร์ลางคนที่เข้ามาตั้งภูมิลำเนาอยู่ในประเทศสยามนั้นมีอูฐไว้ใช้
โดยสั่งเข้าไปจากที่อื่น

หลักฐานเรื่องอูฐ อีกชิ้นหนึ่งเขียนในเวลาไล่เลี่ยกัน
คือ สมุทรโษฆคำฉันท์ ตอน ๒ ที่แต่งโดยพระมหาราชครู ( ระหว่าง พ.ศ.๒๒๒๙ -๒๒๓๑ )
ตอนพระสมุทโฆษเตรียมพลไปรบศึก บรรดาขุนทหารต่างขี่ ช้าง ม้า มกร เลียงผา นาค เสือ ควาย จามรีและอูฐ ด้วย

พระมหาราชครูเขียนถึงอูฐไว้ ๓ วรรค ดังนี้

ลางขุนขี่อูฐยรรยง โยนศัสดรธำรง
พิเศษศิลปลอง

สรุปว่า มีหลักฐานที่แน่ชัดว่า มีอูฐอยู่ในประเทศไทย
เมื่อประมาณ ๓๐๐ ปีมาแล้ว

จากหนังสือแรกมีในสยาม พิมพ์ครั้งที่ ๒
ผู้เขียน เอนก นาวิกมูล
สำนักพิมพ์แสงแดด จำกัด กรุงเทพฯ
พ.ศ. ๒๕๓๓

ส่วนภาพอูฐจากหนังสือเล่มเดียวกัน เป็นภาพลายเส้น มาจากหนังสือ Art for Commerce

Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 15:23:49


ส่งภาพผิดค่ะ ภาพนี้ต่างหากค่ะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 15:26:17


ภาพและเรื่องราวเหล่านี้ได้โทรศัพท์ไปขออนุญาต
ครอบครัวคุณเอนกแล้วนะคะ คือจะไม่ละเมิด
ลิขสิทธิ์หรือสิทธิของใคร จะขออนุญาตเสมอ
แต่ถ้าไม่สามารถจะขออนุญาตได้
จะใช้วิธีการอ้างอิงโดยนำมาเรียบเรียงใหม่หรือยกตัวอย่างมาบางส่วนค่ะ


ต่อไปจะให้ดูรูปช้าง ๑ รูป ได้มาจากหนังสือเล่มเดียวกันค่ะ ของคุณเอนก นาวิกมูลนะคะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 15:33:24

รูปช้างในลาว เป็นขบวนช้างกำลังจะข้ามภูเขาในแถบลาว ช้างขายาวเหมือนช้างไทยในปัจจุบัน
แต่ดูท่าทางมีความสุขมากกว่าช้างไทย

เมอสิเออร์ โบกูรท์ วาดลายเส้นจากภาพสเกทช์
ฝีมืออังรี มูโอ มูโอเป็นนักธรรมชาติวิทยา
เกิดต้นสมัยรัชกาลที่ ๓ จะเล่าเรื่องนี้ในภายหลัง
จำได้ว่านักประวัติศาสตร์ไทย
กลุ่มอุษาคเนย์เคยเขียนถึงค่ะ


ภาพนี้อยู่ในหนังสือคนละเล่มกับเรื่องอูฐ ต้องขอโทษที่บอกผิดไป ค่ะ


หนังสือที่มีภาพช้างในลาว คือหนังสือ ฝรั่งเขียนไทย
เรียบเรียงโดย เอนก นาวิกมูล
บริษัทสำนักพิมพ์แสงแดด จำกัด
กรุงเทพฯ พ.ศ. ๒๕๓๘
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 15:49:03


คุณเอนก นาวิกมูล
เป็นนักเขียนสารคดีที่น่านับถือมาก
ตั้งแต่เป็นนิสิตคณะรัฐศาสตร์
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

คุณเอนกเก็บข้อมูลเพื่อเขียนสารคดีอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย เป็นคนที่ทำประโยชน์เพื่อคนรุ่นหลังและเพื่อประเทศชาติจริงๆค่ะ

ขอยกย่องคุณเอนกและครอบครัวค่ะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 15:54:48


จะรออ่านเรื่อง ร้อยสิ่ง ที่ช้างเป็น นะคะ คุณหมอเปี๊ยก

ชื่อเรื่องโดนใจมากค่ะ

Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :27/1/2550 16:02:52


เลิกประท้วงหมออ้อยแล้วนะคะ หมอตั้งใจเขียนบทความดีมากและเป็นประโยชน์มากค่ะ

รูปปัจจุบันน่ารักค่ะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :28/1/2550 4:03:19
สวัสดีครับ ทุกท่าน
กว่าจะว่างมานั่งอ่านกระทู้ เผลอแป๊บเดียว 1 อาทิตย์ มีคนเข้ามาอ่านเยอะเลยครับ ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆท่านนะครับ ที่แสดงความคิดเห็นในเรื่องงานของผมที่เขียน ถ้ามีข้อบกพร่องตรงไหนก็ขอคำแนะนำด้วยนะครับ
Posted by :หมอคำต้น
วัน/เวลา :28/1/2550 9:20:06
แต่ถ้าจะกล่าวถึง ตุ๊กแก นี่ ในช้างก็เคยได้ยินหมอช้างรุ่นเก่าๆเล่ามาเหมือนกันนะครับ ไม่ยักกะรู้ว่าช้างกลัวตุ๊กแกด้วย
Posted by :หมอคำต้น kumton@hotmail.com
วัน/เวลา :28/1/2550 11:06:22


คุณหมอคะ

คนที่กลัวตุ๊กแกน่ะ.......ไม่ใช่ช้าง

ถ้าอยากทราบว่าเป็นใคร......โปรดอ่านบทสัมภาษณ์คุณหมอจ๋าค่ะ..........แต่ดูท่าคุณหมอจะไม่มีเวลาอ่าน กระมัง

ถ้าคุณหมออยากให้ช่วยค้นข้อมูลอะไร
กรุณาmail มาที่นี่นะคะ
lovechang78@yahoo.co.th

ช่วงนี้อาจจะช้าสักหน่อยนะคะ

แต่เต็มใจช่วยค้นให้ค่ะ

ฝากรูปนี้มาให้ดูค่ะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :28/1/2550 14:03:35

คุณหมอคะ ข้อมูลที่ว่านี่เป็นเรื่องช้างที่สามารถค้นคว้าได้ในห้องสมุดนะคะ ไม่ใช่ภาคสนาม ที่ทำงานของคุณหมออยู่ใกล้แหล่งเรียนรู้ เช่น มหาวิทยาลัยหรือเปล่าคะ

ห้องสมุด บางทีก็ไม่มีข้อมูลอะไรมากมาย เรื่องช้างนี่ ต้องอาศัยการระลึกได้ว่าเคยอ่านหรือเคยเห็นมาจากที่ไหน แล้วก็ไปตามหาหนังสือเล่มนั้น
บางทีก็อยู่ที่ห้องสมุดต่างๆ ไม่มีข้อมูลรวมเป็น
ศูนย์กลาง เรื่องช้างเป็นเรื่องที่คนสนใจน้อย หรือมหาวิทยาลัยบางแห่งไม่มีความสัมพันธ์กับช้าง ก็จะไม่มีเรื่องช้างให้ค้นคว้า มหาวิทยาลัยที่มีคณะสัตวแพทย์น่าจะมีพอสมควร แต่ก็ไม่แน่ใจนะคะ
คุณหมอคงจะทราบดีว่ามีหรือไม่

มีหน่วยงานใดที่เกี่ยวกับช้าง ได้รวบรวมไว้บ้างหรือเปล่าคะ แต่เข้าใจนะคะว่าเดี๋ยวนี้คนทั่วไปมักจะไม่เห็นความสำคัญของช้างเพราะช้างก็ลดบทบาทในสังคมไปมาก แต่อีก ๕๐ -๑๐๐ ปีข้างหน้า บางทีช้างอาจจะกลับมามีบทบาทอีกครั้ง แต่ที่ดิฉันสนใจนี่เพราะช้างคือช้าง ช้างเป็นช้าง ไม่ใช่บทบาทของช้าง เคยเห็นช้างมากมายที่ตำบลกึ๊ดช้างเท่านั้นค่ะ ไม่เคยไปคลุกคลีกับช้างที่ไหน

ที่อยากจะติดต่อกับคุณหมอช้าง เพราะถ้าคุณหมอได้ทำอะไรทำนองนี้อยู่แล้ว อยากจะมีบทบาทในการเสริมเท่านั้นค่ะ ที่เว็บนี้นะคะ ถ้ามีคนเก็บรวบรวมข้อมูล ที่นี่จะเป็นแหล่งเรียนรู้ในเรื่องนี้ที่สมบูรณ์ที่สุด เพราะมีคนกลุ่มหนึ่งมีประสบการณ์ตรง คนอีกคนเป็นคนที่รักช้างและเต็มใจร่วมทางด้วย ทั้งนั้นทั้งนี้ต้องไม่มีเรื่องผลประโยชน์นะคะ
ผลประโยชน์ทางวิชาการไม่เป็นไร แต่ถ้าเป็นผลประโยชน์ทางการเงิน ก็คงจะหายตัวไปเลยค่ะ

เป็นคนที่มีอุดมการณ์ในการทำงานแบบให้เปล่ามาตลอดชีวิต จึงมีพลังทำงานอย่างมากตลอดเวลา
และโชคดีที่เพื่อนที่ร่วมงานกันอยู่มีความคิดแบบเดียวกันค่ะ นอกจากนี้เพื่อนที่คบกันก็เป็นเพื่อนที่คิดคล้ายๆกันแต่ส่วนมากจะไม่มีทักษะในการค้นคว้าค่ะ
เป็นคนรักป่าไม้ รักธรรมชาติเท่านั้น

ปกติเป็นคนที่ไม่คาดหวังกับอะไรมาก จึงไม่ผิดหวังถ้าคนที่เราคิดว่า ใช่ จะกลายเป็นคนที่ ไม่ ใช่ เพราะเราก็ยังเป็นเรา มีสิ่งที่เราต้องทำอีกมากค่ะ

Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :28/1/2550 15:49:05

สวัสดีค่ะ คุณหมอคำต้น ...........ตอนนี้.......บางทีก็คุยเรื่องช้าง......ที่กระทู้คุณหมอวัชรินทร์นะคะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :3/2/2550 11:56:40
คุณหมอคำต้นคะ.....อ่านเรื่องลัดเปลาะอาเจียง ....
แล้วค่ะ เรื่องนี้คุณหมอเขียนน่าอ่านมาก โดยเฉพาะมีการเล่าเรื่องการออกไปทำงานในตอนต้น บางทีเขียนเล่าเรื่องชีวิตหมอช้างบ้างก็ดีนะคะเพราะ............ก็เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตช้างเหมือนกัน.......สนใจเรื่องชาวกูยซะแล้ว........จะไปที่ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร..............สักวัน

คุณหมอคำว่า.......
ไฮหมักหมวง......แปลว่าอะไรคะ
ขึดเผอะมะ.........แปลว่าอะไรคะ

มีคนบอกให้ทักชาวกูยอย่างนี้........
คงเป็นคำดีๆของชาวกูยนะคะ
Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :3/2/2550 15:06:30


คุณหมอคำต้นคะ......มีอีกเรื่องหนึ่งนะคะ....

คุณหมอคุยกับชาวกูยอยู่เรื่อยๆ.........อย่าลืมคุยกับ

ชาวกูยเรื่องนิทานนะคะ.........กูยมีนิทานที่แสดงความ

ผูกพันกับช้างอยู่บ้าง แต่...แต่ละหมู่บ้านอาจจะมี

อะไรที่แตกต่างกันอยู่บ้างค่ะ.......อยากอ่านเรื่องนี้โดย

ฝีมือการเขียนของคุณหมอค่ะ กล้าบอก....เพราะ

คุณหมอเป็นคนที่ชอบคุยกับชาวบ้านจึงได้ข้อมูลดีๆที่

น่าสนใจมากมาย เรื่องแบบนี้อาจจะเคยมีคนพูด

ถึงบ้างแล้ว แต่ไม่เคบมีคุณหมอช้างที่เขียน

บรรยายแล้วถ่ายทอดอารมณ์ได้เหมือนคุณหมอนะคะ

เช่น.....บอกถึงบรรยากาศว่า......เหงาจัง. .......คนอ่าน

มองเห็นภาพทันทีว่าบรรยากาศคงจะเหงาจริงๆค่ะ

Posted by :คนรักช้าง
วัน/เวลา :3/2/2550 19:08:49
Posted by :เเอ
วัน/เวลา :19/9/2550 12:18:39

วันเวลาช่างผ่านไปเร็ว....จริงนะคะ
Posted by :เพลงพระจันทร์
วัน/เวลา :19/9/2550 15:51:22
จุมเลี๊ยบซัวซะเด็ย

ไฮหมักหมวง....

ให้อยู่ดีมีแฮง

ให้ได้เมียผู้ฮู่
ให้ได้ซู่ผู้ดี....เด้อ
Posted by :คนฮักซ้าง
วัน/เวลา :30/12/2550 12:39:23
Posted by :ใบจาก
วัน/เวลา :10/1/2551 19:40:01
คิดถึงหมอดำรัย สะเร็น
Posted by :บีฟา
วัน/เวลา :4/2/2551 5:15:30
คุณหมอสบายดีไหมคะ
Posted by :ni-on
วัน/เวลา :21/2/2551 16:17:45
Page : 123
[ First ] [<< back ] 

 

Log in before, please.

 

อาหารสัตว์ถูกใจ
แฮรริสัน เบิร์ด ฟูดส์
อาหารสัตว์กินเนื้อป่วย
อาหารกระต่ายป่วย
อาหารฟื้นฟูสภาพนกป่วย
อุปกรณ์สัตว์เลี้ยง
รีคัพเวอรี่ฟอร์มูล่า
อาหารนกลูกป้อน
คารฺนิวอร์แคร์
คริคิคอลแคร์
หญ้าทิโมธี
อาหารแฮมสเตอร์ออกโบว์
อาหารหนูเควี่ออกโบว์
อาหารกระต่ายออกโบว์
อาหารนกสูตรออร์แกนิค!!!

 คลินิคออนไลน์สำหรับสัตว์เลี้ยงพิเศษ 
© 2014 All Rights Reserved
Powered by
www.epofclinic.com